เทคนิคการเป็นคนโปรดของเจ้านายหรือหัวหน้างาน

พักเรื่องบันเทิงมาสู่เรื่ิองสำคัญกันดีกว่าครับ นั่นคือเรื่องราวของคนทำงาน เทคนิคต่อไปนี้เอามาจากประสบการณ์ตรงของผมเองครับและเห็นว่ามีประโยชน์ก็เลยเอามาฝากน้องๆที่เพิ่งเริ่มทำงานลองอ่านดูนะครับ

ชีวิตการทำงานนั้นต่างกับตอนเรียนปริญญาในมหาวิทยาลัยมาเลยครับ การทำงานมีปัจจัยหลายอย่างที่มีผลต่อชีวิตและความเจริญก้าวหน้าในสายงาน บุคคลทีมีผลต่อเราโดยตรงก็คือหัวหน้าเรานี่แหล่ะครับ ไม่ใช่แมวหรือไอ้ตูบที่ไหน

วันนี้จะมาแนะนำเทคนิคที่จะทำให้หัวหน้าหรือผู้บังคับบัญชาโดยตรงของเราชอบหรือรักเราครับ แต่ไม่ใช่แบบประจบสอพลอหรือเอาใจจนถึงขั้นที่เรียกว่าเลียแข้งเลียขาจนเพื่อนแอบเอาไปสำรอกนินทาลับหลัง

หัวหน้าของเราก็คือมนุษย์แบบเราและเขาก็มีหัวหน้าของเขาเอง ดังนั้นงานที่เขาได้รับมอบหมายจากหัวหน้าของเขาอีกทีก็ต้องถูกส่งต่อมายังเราผู้ซึ่งเป็นลูกน้อง (คือมาเป็นทอดๆว่างั้นเหอะ) ดังนั้นการจะเอาใจหรือทำให้หัวหน้าของเราชอบหรือพอใจก็ต้องผ่านการทำงานที่ถูกตา ต้องใจ หัวหน้าของเราครับ เทคนิคแรกคือ

ถาม ถามและถาม : ไม่เข้าใจให้รีบถาม อย่ามั่วไปว่า"เข้าใจแล้วคร๊าบ ง่ายจัง ไม่มีคำถามแล้วครับ (ทั้งๆที่ในใจมีคำถามเต็มไปหมด แต่ไม่ยอมถามเพราะกลัวหัวหน้าบอกว่าทำไมโง่จังซี้)"....พึงระลึกไว้เลยครัยว่า หัวหน้างานชอบคนที่ถามเก่งครับ และชอบคนที่ขอความรู้จากเขา่ (ทำให้หัวหน้าภูมิใจว่าตูนี่เก่งสอนลูกน้องได้ทุกเรื่อง ราวกับขงเบ่งกลับชาติมาเกิด) ดังนั้นแล้ว ถามไปเถอะครับ หัวหน้าทุกคนชอบ โดยเฉพาะถามเกี่ยวกับงานที่หัวหน้ามอบหมายให้เราไปทำ บางเรื่องแม้ว่าเรารู้แล้วแต่ถามไปอีกก็ไม่เสียหาย แกล้งๆไม่รู้ไปบ้างยิ่งดี มีแต่ข้อดีเพราะทำให้เราเข้าใจงานมากขึ้นและไม่ทำผิดพลาดตอนส่งงานอีกทั้งหัวหน้าก็จะชอบ

แต่มีเคล็ดลับอีกข้อในเรื่องการถามครับนั่นคือเตรียมสมุดไปจดในสิ่งที่หัวหน้าสอนหรือแนะนำด้วยครับ เพราะการฟังอย่างเดียวแล้วพยักหน้างักๆเหมือนตัวกั๊กมาเบอร์แถวหมู่เกาะกัลลาปากอสโดยไม่จดมันดูไม่เป็นมืิออาชีพเท่าใดนัก ยกตัวอย่างครับผมมีลูกน้องสองคนคนหนึ่งฟังอย่างเดียวอีกคนจดทุกอย่าง ผมรู้สึกชอบคนที่จดทุกอย่างมากกว่าครับ ง่ายๆไม่ต้องคิดซับซ้อน เพราะการที่เขาจดมันหมายถึงการแสดงออกว่าเขาสนใจในสิ่งที่เราบอกและไม่อยากจะลืมจึงขอจดไว้

คราวหน้าจะมาแนะนำเทคนิคที่สอง นั่นคือ "ผมทำได้ครับ!" 


edit @ 19 Jul 2009 13:19:17 by เดี่ยวคุง

The Game

posted on 18 Jul 2009 18:57 by deawkungstory  in Movies

The Game :

หนังเก่าแล้วครับ ผลงานการกำกับของเดวิด ฟินเชอร์ ...นำแสดงโดยไมเคิล ดักลาสกับ พระเอก ดาราหน้าร้องไห้แต่ฝีมือการแสดงระดับเทพออสการ์ดารานำชาย The Game เล่าเรื่องของนักธุรกิจคนหนึ่งซึ่งกำลังเข้าสู่วัยที่เป็นช่วงที่อันตรายที่สุดของชีวิต เพราะในช่วงเวลาอายุขนาดนั้นพ่อของเขาได้ฆ่าตัวตายทิ้งเขากับน้องชายไว้เบื้องหลัง ดังนั้นน้องชายจึงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยดึงจิตใจพี่ชายออกจากความคิดที่เคยทำให้พ่อของเขาฆ่าตัวตาย

เป็นหนังที่ดูสนุกและซับซ้อนใน plot ไม่มาก แต่จุดเด่นคือจุดหักมุมในตอนจบที่รับรองว่าไม่มีใครเดาได้ถูก นี่คืิอหนังอีกเรื่องที่เป็นหนังหักมุมในดวงใจของผมเลยครับ ข้อเสียของหนังแนวนี้คือ เอามาดูอีกรอบก็อาจจะไม่สนุกเท่าดูครั้งแรกเพราะเรารู้เฉลยตอนจบแล้ว เว้นแต่ว่าเอามาดูอีกรอบหรือหลายๆรอบเพื่อเก็บรายละเอียดที่ดูพลาดหรือจับไม่ทันในการดูครั้งแรกครับ  (The Game : My Rating Star 4.5/5 )

The Last Emperor จักรพรรดิโลกไม่ลืม

posted on 18 Jul 2009 15:03 by deawkungstory  in Movies

 

The Last Emperor จักรพรรดิโลกไม่ลืม
นานๆจะมีหนังแนวชีวประวัติของบุคคลสำคัญที่ทำได้ดีและครบถ้วนสมบูรณ์สำหรับชีวิตคนๆหนึ่งตั้งแต่เกิด ผ่านวัยเด็กจนกระทั้งกลายเป็นผู้ใหญ่ ในฉากหลังแห่งยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนผู้นั้นแบบเต็มๆ ผมได้ดูเรื่องจักรพรรดิโลกไม่ลืมนานมากแล้วครับตอนเรียนประมาณ ม.3 และได้ดูอีกครั้งเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาหลังจากที่หนังถูกนำมาลงแผ่นดีวีดี หนังเล่าเรื่องราวของจักรพรรดิปูยี ซึ่งเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายของจีนก่อนที่จีนจะเปลี่ยนจากระบอบกษัตริย์เป็นประธาณาธิบดี หนังเรื่องนี้กวาดรางวัลออสการ์ไปประมาณ 7 ตัวในปีนั้น แทบจะทุกสาขารางวัล รวมถึงรางวัลภาพยนต์ยอดเยี่ยม จะขาดก็แต่ดารานำชายเท่านั้นที่ จอห์น โลน (คนที่แสดงเป็นปูยี) ไม่ได้ หนังยาวมากกว่าสองชั่วโมง จำได้ว่าตอนที่ไปดูที่โรงหนังสกาล่า ต้องมีพักเบรคคั่นระหว่างครึ่งแรกกับครึ่งหลัง เรื่องนี้ไม่ควรพลาดชมครับ ถ้าท่านใดชอบแนวชีวประวัติ ดูจบแทบจะไม่น่าเชื่อว่าคนที่เคยยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศจะกลายเป็นนักโทษอาชกรสงครามและท้ายที่สุดก็เป็นคนสวนคนหนึ่ง ...จากจักรพรรดิสู่สามัญชน... ฉากที่ติดตาและตรึงใจมีอยู่หลายฉาก เช่นฉากที่ปูยีในวัยเด็กวิ่งออกไปท้องพระโรงแล้วเป็นภาพมุมกว้างในวันที่เขาได้รับการสถาปนาเป็นกษัตย์ ฉากที่พระบิดาของปูยีก้มลงกราบปูยีองค์น้อยในห้องบรรทมของพระนางชูสีไทเฮา และฉากที่ปูยีในวัยชรากลับเข้าไปในวังในฐานะนักท่องเที่ยวก่อนจะไปหยิบกระปุกใส่จิ้งหรีดออกมาจากหลังแท่นบัลลังก์ น่าเสียดายครับจอห์น โลนก็หายไปจากวงการภาพยนต์และผมก็ไม่ได้ข่าวผู้กำกับเรื่องนี้ (เบอร์นาโต เบโตลุซซี่) สร้างหนังให้ดูอีก (The Last Emperor : My Rating Star 5/5 )

 

edit @ 18 Jul 2009 15:25:40 by เดี่ยวคุง